เชียงราย · อาชญากรรมข้ามชาติ

นรข.เชียงราย ช่วย 5 คนไทยหลบหนีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ฝั่งลาว — ข้ามโขงตี 6 ครึ่งสำเร็จ

เมื่อ 06.30 น. วันที่ 10 พฤษภาคม 2026 หน่วยเรือรักษาความสงบฯ สถานีเรือเชียงแสน เขตเชียงราย ได้ช่วย 5 คนไทย — ชาย 3 หญิง 2 — ที่หลบหนีออกจากขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์บนฝั่ง สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงกลับมาได้อย่างปลอดภัย โดยมีกำลังพลจาก นรข.เขตเชียงราย รับตัวและเริ่มกระบวนการคัดกรองทันที พร้อมแจ้งว่ายังมีคนไทยที่คาดว่าตกค้างอยู่อีกฝั่ง

ประเด็นสำคัญ

  • นรข.สถานีเรือเชียงแสน ภายใต้การอำนวยการของ นาวาโทวรวิทย์ นพเก้า ช่วย 5 คนไทย (ชาย 3 หญิง 2) หลบหนีจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ฝั่ง สปป.ลาว เมื่อ 06.30 น. วันที่ 10 พ.ค.
  • ผู้รอดชีวิตเข้าสู่กระบวนการคัดกรองที่สถานีเรือเชียงแสน ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ก่อนส่งต่อให้ตรวจคนเข้าเมืองและฝ่ายปกครอง
  • นรข.เขตเชียงราย ยืนยันว่ายังมีคนไทยที่ตกค้างอยู่ฝั่ง สปป.ลาว และกำลังดำเนินการขยายผลช่วยเหลือต่อ

การช่วยเหลือ 10 พ.ค. เวลา 06.30 น. — สิ่งที่เกิดขึ้นจริง

เช้ามืดของวันที่ 10 พฤษภาคม 2026 กำลังพลสถานีเรือเชียงแสน หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ได้ปฏิบัติการรับตัวชาวไทย 5 คนที่ว่ายน้ำและข้ามแม่น้ำโขงมาจากฝั่ง สปป.ลาว สถานีเรือเชียงแสน ต.เวียง อ.เชียงแสน เป็นจุดรับตัว — แม่น้ำโขงตรงนี้กว้างประมาณ 500–700 เมตรขึ้นอยู่กับฤดูกาล เป็นแนวกั้นที่ยากต่อการข้ามหากไม่ได้รับการช่วยเหลือ

ทั้ง 5 คน ชาย 3 หญิง 2 ระบุว่าตนเองได้หลบหนีออกมาจากขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่บนฝั่งลาว หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวเข้าสู่กระบวนการคัดกรองทางการแพทย์และการสอบสวนเบื้องต้น ก่อนที่จะประสานงานส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสนและฝ่ายปกครองอำเภอเชียงแสน เพื่อดำเนินการสืบสวนต่อไป

"แก๊งคอลเซ็นเตอร์" คืออะไร — ทำไมถึงตั้งอยู่ฝั่งลาวและพม่า

แก๊งคอลเซ็นเตอร์คือองค์กรอาชญากรรมที่ใช้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตโทรหาเหยื่อในประเทศต่าง ๆ เพื่อหลอกลวงทางการเงิน เช่น แกล้งทำเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ธนาคาร หรือหน่วยงานรัฐ จากนั้นบังคับให้โอนเงิน กลุ่มเหล่านี้เลือกตั้งฐานอยู่ในเขตชายแดนพม่า ลาว และกัมพูชาเพราะกฎหมายบังคับใช้ยากกว่าในเมืองใหญ่ และมีแรงงานหลั่งไหลมาจากประเทศเพื่อนบ้านรวมถึงไทยอย่างต่อเนื่อง

พื้นที่ฝั่งลาวตรงข้ามกับอำเภอเชียงแสน รวมถึงเขตสามเหลี่ยมทองคำบนฝั่งพม่า กลายเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมเหล่านี้มาตั้งแต่ประมาณปี 2022 หลังจากมีการรายงานข่าวเกี่ยวกับชาวต่างชาติหลายพันคนที่ถูกขังทำงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่บริหารโดยกลุ่มอิทธิพล การตั้งอยู่ใกล้ชายแดนไทยทำให้ง่ายต่อการรับสมัครแรงงานจากไทย แต่ยากต่อการปราบปรามของเจ้าหน้าที่ไทย

ถูกหลอกหรือถูกบังคับ — ความแตกต่างที่สำคัญต่อการแก้ปัญหา

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือการมองว่าผู้ตกเป็นเหยื่อในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทุกคน "ถูกลักพาตัว" โดยตรง ความเป็นจริงซับซ้อนกว่านั้น คนจำนวนมากเดินทางไปด้วยความสมัครใจในตอนแรก เพราะได้รับข้อเสนองานที่ดูน่าสนใจ เช่น งานดูแลลูกค้าออนไลน์ งาน IT หรืองานแปลภาษา ที่มีค่าตอบแทนสูงกว่าตลาดแรงงานในไทยหลายเท่า

เมื่อเดินทางถึงที่หมาย พวกเขาถูกยึดพาสปอร์ต ถูกบังคับให้ทำงานหลอกลวง และถ้าปฏิเสธก็จะถูกทุบตี ขายต่อ หรือบังคับให้ซื้ออิสรภาพตัวเองออกมา กรณีของ 5 คนที่รอดออกมาได้ในครั้งนี้ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมจากทางการ แต่โครงสร้างดังกล่าวคือสิ่งที่เจ้าหน้าที่สืบสวนจะต้องพิสูจน์ การแยกแยะระหว่าง "เหยื่อ" กับ "ผู้สมรู้ร่วมคิด" มีผลโดยตรงต่อการดำเนินคดีและสิทธิที่ผู้รอดชีวิตจะได้รับ

นรข. แม่น้ำโขง — ด่านหน้าที่ถูกพูดถึงน้อยเกินไป

หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เป็นหน่วยงานของกองทัพเรือที่ดูแลแม่น้ำโขงตลอดแนวชายแดนไทย–ลาว และไทย–พม่า ภารกิจดั้งเดิมคือป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดและอาวุธ แต่ในช่วง 3–4 ปีที่ผ่านมา การช่วยเหลือผู้ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลายเป็นงานสำคัญที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

สถานีเรือเชียงแสนเป็นหนึ่งในจุดที่ตั้งใกล้กับเขตสามเหลี่ยมทองคำและพื้นที่ที่มีรายงานกิจกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์บ่อยที่สุด กำลังพล นรข. ประจำสถานีต้องทำงานกลางดึกหรือเช้ามืดบ่อยครั้งเพราะผู้หลบหนีมักเลือกช่วงที่มืดมิดเพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกจับกลับ ชั่วโมง 06.30 น. ที่ช่วยเหลือคนทั้ง 5 ได้ในครั้งนี้สะท้อนถึงการปฏิบัติการในชีวิตจริงที่เหนื่อยหนักและมักไม่ได้รับการพูดถึง

ยังมีคนตกค้างอีก — ช่องทางขอความช่วยเหลือสำหรับครอบครัว

นรข.เขตเชียงรายระบุชัดเจนว่ากำลังขยายผลช่วยเหลือคนไทยที่คาดว่ายังตกค้างอยู่ฝั่งลาว หากครอบครัวของผู้สูญหายเชื่อว่าสมาชิกของตนอาจตกอยู่ในสถานการณ์ลักษณะนี้ สามารถแจ้งความต่อตำรวจท้องที่ หรือแจ้งผ่านสายด่วนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่หมายเลข 1300

ในระดับภูมิภาค รัฐบาลไทยได้หารือกับทางการลาวและพม่าเพื่อผลักดันให้มีกลไกส่งตัวกลับที่เร็วขึ้น แต่ยังไม่มีกรอบทางการที่ชัดเจน ในทางปฏิบัติ ผู้ที่หลบหนีออกมาได้มักต้องพึ่งพาโชคและความกล้าของตัวเองก่อน แล้วหน่วยงานชายแดนอย่าง นรข. จึงเข้ามาช่วยในขั้นสุดท้าย ปัญหานี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ตราบเท่าที่กลุ่มอิทธิพลในเขตชายแดนยังสามารถปฏิบัติการได้อย่างเสรี