ทางเท้าคลองเตยปลอดภัยขึ้น หลังกทม.ติด S-Guard สกัดมอเตอร์ไซค์ แต่ต้นเหตุที่แท้จริงยังรอแก้
สำนักงานเขตคลองเตยติดตั้ง S-Guard แท่งเหล็กกั้นทางเท้าที่แยกพระโขนงและอีก 3 จุดในพื้นที่ หลังออกใบสั่งผู้ฝ่าฝืนไปแล้วกว่า 2,000 ราย ชาวบ้านระบุทางเท้าดีขึ้นจริง — แต่สาเหตุที่มอเตอร์ไซค์ขึ้นทางเท้าตั้งแต่แรกยังไม่ได้รับการแก้ไข

ประเด็นสำคัญ
- เขตคลองเตยติดตั้ง S-Guard ใน 4 จุดเสี่ยงบนถนนพระราม 4, แยกพระโขนง, กล้วยน้ำไท และถนนเกษมราษฎร์
- ในช่วงปี 2568–2569 เขตออกใบสั่งผู้ขับขี่บนทางเท้าแล้วกว่า 2,000 ราย ส่งฟ้องอัยการกว่า 1,000 คดี
- ผู้โดยสาร นักท่องเที่ยว ผู้ใช้วีลแชร์ และคนลากกระเป๋ายังสัญจรผ่าน S-Guard ได้ตามปกติ
ปัญหาที่สะสมมานานก่อนจะมีการแก้ไข
บริเวณถนนพระราม 4 ตัดกับถนนพระโขนง ใกล้สถานี BTS อ่อนนุช เป็นหนึ่งในจุดที่ได้รับการร้องเรียนเรื่องมอเตอร์ไซค์ขึ้นทางเท้ามากที่สุดในเขตคลองเตย เหตุผลไม่ใช่เพราะผู้ขับขี่ไม่รู้กฎ แต่เป็นเพราะโครงสร้างถนนในพื้นที่บีบให้ไม่มีทางเลือกอื่น จุดกลับรถอยู่ห่างออกไป ซอยอยู่ถี่ ขณะที่รถขนาดใหญ่มักจอดต่อเนื่องทั้ง 3 ช่องจราจร มอเตอร์ไซค์จึงหาช่องวิ่งบนถนนไม่ได้
ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายสิทธิชัย อรัณยกานนท์ ลงพื้นที่เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 เพื่อติดตามความคืบหน้า โดยระบุว่าการติดตั้ง S-Guard ผ่านการปรึกษาหารือกับผู้ใช้เส้นทางล่วงหน้า เนื่องจากจุดดังกล่าวอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าและมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสัญจรหนาแน่น
จุดติดตั้ง S-Guard ในเขตคลองเตย
- สามแยกพระโขนง — จุดตัดพระราม 4 กับพระโขนง ใกล้ BTS อ่อนนุช
- หน้ากล้วยน้ำไท — แนวทางเท้าฝั่งสถานีรถไฟฟ้า
- ถนนพระราม 4 — ช่วงที่รถบรรทุกจอดข้างทางต่อเนื่อง
- ถนนเกษมราษฎร์ — จุดเสี่ยงที่ไม่สามารถจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าตลอดเวลา
S-Guard คือแท่งเหล็กขนาดกะทัดรัดที่ออกแบบให้คนเดินเท้า วีลแชร์ จักรยาน และนักท่องเที่ยวที่ลากกระเป๋ายังผ่านได้สะดวก แต่รถมอเตอร์ไซค์ไม่สามารถขับผ่านได้โดยไม่หยุดลงจากรถ ทำให้การป้องกันเชิงกายภาพนี้มีประสิทธิภาพในจุดที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำ
ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดจากผู้ใช้ทางเท้า
หลังการติดตั้ง ประชาชนที่ใช้ทางเท้าบริเวณดังกล่าวเป็นประจำรายงานว่าสถานการณ์ดีขึ้นอย่างชัดเจน ผู้ใช้ทางเท้ารายหนึ่งซึ่งมักสวมหูฟังขณะเดินและเคยวิตกกังวลเรื่องมอเตอร์ไซค์ที่แล่นมาจากด้านหลัง ให้ข้อมูลว่ารู้สึกปลอดภัยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ร้านค้าริมทางเท้าและผู้สัญจรทั้งไทยและต่างชาติต่างยืนยันในทิศทางเดียวกัน
ตัวเลขการดำเนินคดียืนยันว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ในช่วงปี 2568–2569 เขตออกใบสั่งผู้ฝ่าฝืนไปแล้วกว่า 2,000 ราย รวมเป็นค่าปรับกว่า 100,000 บาท และส่งฟ้องอัยการต่ออีกกว่า 1,000 คดี สัดส่วนที่ส่งฟ้องสูงขนาดนี้บ่งชี้ว่าไม่ใช่เพียงแค่กวดขันชั่วคราว แต่เป็นมาตรการที่เขตตั้งใจยึดถืออย่างจริงจัง
ปัญหาโครงสร้างถนนที่ยังรอแก้ไข
แม้ S-Guard จะแก้ได้ที่ปลายทาง แต่ต้นเหตุที่ทำให้มอเตอร์ไซค์จำเป็นต้องขึ้นทางเท้าตั้งแต่แรกยังอยู่ครบ ระยะห่างระหว่างจุดกลับรถในหลายเส้นทางของกรุงเทพยาวเกินกว่าที่ผู้ขับขี่จะยอมขับอ้อม ขณะที่การจอดรถของรถบรรทุกและรถขนส่งขนาดใหญ่ริมถนนในพื้นที่เขตคลองเตยยังไม่มีการบังคับใช้ที่เข้มข้นเพียงพอ
นโยบาย "ทางเท้าเป็นของทุกคน และทางเดินต้องปลอดภัย" ของกรุงเทพมหานครจะมีความหมายได้จริงก็ต่อเมื่อมาตรการเชิงกายภาพอย่าง S-Guard ถูกขยายไปพร้อมกับการออกแบบถนนที่ให้ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์มีเส้นทางที่ถูกกฎหมายและสะดวกพอที่จะเลือกใช้ได้จริง ไม่ใช่เพียงบังคับผ่านบทลงโทษเพียงอย่างเดียว
พื้นที่อื่นในกรุงเทพที่อาจได้รับการพิจารณาต่อไป
กรุงเทพมีจุดร้องเรียนเรื่องมอเตอร์ไซค์บนทางเท้าอีกหลายพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถานีรถไฟฟ้า ตลาด และโรงเรียนในย่านที่มีผู้คนพลุกพล่าน กลไกที่ใช้กับเขตคลองเตยสามารถนำไปขยายผลได้หากมีการประเมินผลอย่างเป็นระบบ ประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาเดียวกันสามารถร้องเรียนผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ของกรุงเทพมหานครซึ่งระบุพิกัดจุดเสี่ยงได้โดยตรง
การติดตามความคืบหน้าสามารถตรวจสอบได้จากระบบร้องเรียน Traffy Fondue และการประกาศของสำนักงานเขตที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมักเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของเขตและแถลงข่าวปกติ