เขื่อนแม่งัดฯ เตรียมหยุดส่งน้ำ 25 พ.ค. เพื่อเร่งเก็บกักรับฤดูฝน
โครงการส่งน้ำแม่แฝก-แม่งัดฯ ระบุว่าเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลจะหยุดส่งน้ำหลังครบ 21 รอบเวร เพื่อเก็บกักน้ำให้มากที่สุดก่อนเข้าสู่ช่วงฝน

ประเด็นสำคัญ
- เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลเตรียมหยุดส่งน้ำในวันที่ 25 พฤษภาคม หลังแผนส่งน้ำช่วงแล้งครบ 21 รอบเวร
- เจ้าหน้าที่คาดว่าจะเหลือน้ำกักเก็บราว 57% และใช้ข้อมูลความต้องการใช้น้ำกับข้อมูลฝนเป็นหลักในการบริหาร
- ประชาชนในเชียงใหม่และลำพูนยังถูกขอให้ใช้น้ำอย่างระมัดระวังระหว่างรอฝนฤดูใหม่
เขื่อนแม่งัดฯ เตรียมปรับเข้าสู่โหมดเก็บน้ำ
เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จังหวัดเชียงใหม่ เตรียมหยุดส่งน้ำในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 หลังแผนสนับสนุนน้ำช่วงฤดูแล้งครบ 21 รอบเวร โดยเป้าหมายสำคัญคือเก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุดก่อนเข้าสู่ช่วงฝนใหม่
ข้อมูลจากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัดสมบูรณ์ชลระบุว่า การบริหารน้ำที่ผ่านมาอยู่ในรอบเวรที่ 18 และสามารถประหยัดน้ำได้ราว 9 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อครบแผนส่งน้ำแล้วคาดว่าปริมาณน้ำในเขื่อนจะอยู่ประมาณ 57%
พื้นที่ใช้น้ำต้องติดตามแผนรอบเวร
มาตรการหยุดส่งน้ำมีความสำคัญต่อผู้ใช้น้ำในพื้นที่เชียงใหม่และลำพูน โดยเฉพาะภาคเกษตรและชุมชนที่พึ่งพาระบบชลประทานจากเขื่อนแม่งัดฯ ช่วงต่อจากนี้จึงต้องติดตามประกาศรอบเวรและแผนบริหารน้ำจากหน่วยงานชลประทานอย่างใกล้ชิด
โครงการระบุว่าจะบริหารน้ำในช่วงฤดูฝนแบบยืดหยุ่น โดยใช้ข้อมูลความต้องการใช้น้ำและข้อมูลพยากรณ์ฝนเป็นฐานในการตัดสินใจ เพื่อให้ระดับน้ำอยู่ใกล้เคียงเกณฑ์บริหารที่เหมาะสมทั้งในกรณีฝนมากและฝนน้อย
สิ่งที่ประชาชนควรตรวจสอบ
ครัวเรือนและเกษตรกรควรตรวจสอบแหล่งน้ำสำรอง ตารางส่งน้ำ และประกาศของชลประทานในพื้นที่ หากมีการเปลี่ยนแปลงรอบเวรหรือปริมาณฝนต่ำกว่าคาด การใช้น้ำอย่างประหยัดจะยังเป็นเงื่อนไขสำคัญจนกว่าฝนจะสม่ำเสมอ
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปคือระดับน้ำจริงหลังวันที่ 25 พฤษภาคม แนวโน้มฝนเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม และการประกาศแผนส่งน้ำใหม่หากสถานการณ์ฝนเปลี่ยนไป
เขื่อนแม่งัดฯ ทำงานอย่างไรในระบบชลประทานเชียงใหม่-ลำพูน
เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลตั้งอยู่ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2528 ความจุกักเก็บน้ำกว่า 265 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้เขื่อนนี้เป็นแหล่งน้ำหลักสำหรับพื้นที่เกษตรกรรมในลุ่มน้ำแม่แฝกและแม่แตง น้ำที่ส่งออกจากเขื่อนผ่านระบบคลองส่งน้ำกว่า 200 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ชลประทานในเชียงใหม่และลำพูน
ระบบรอบเวรที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นกลไกเพื่อจัดสรรน้ำให้เป็นธรรมในช่วงแล้ง โดยแต่ละรอบเวรกำหนดวันและปริมาณน้ำที่แต่ละโซนพื้นที่จะได้รับ เกษตรกรที่คุ้นเคยกับระบบนี้จะรู้ว่าต้องวางแผนการเพาะปลูกให้ตรงกับรอบเวรของตนเอง เพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์ขาดน้ำในช่วงที่พืชต้องการมากที่สุด
เกษตรกรและชุมชนรับมือช่วงเปลี่ยนผ่านได้อย่างไร
ในช่วงที่เขื่อนหยุดส่งน้ำ เกษตรกรที่ปลูกพืชฤดูแล้งควรตรวจสอบแหล่งน้ำสำรองในฟาร์ม เช่น บ่อน้ำหรือสระเก็บน้ำ เพื่อประคับประคองพืชที่ยังไม่เก็บเกี่ยว นอกจากนี้การเลือกพืชที่ใช้น้ำน้อยหรือการปรับช่วงเวลาเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปฏิทินน้ำก็เป็นแนวทางที่หลายชุมชนในลุ่มน้ำแม่แตงนำมาปรับใช้
สำหรับครัวเรือนในชุมชนชนบทที่ยังพึ่งพาน้ำจากคลองชลประทาน การสังเกตระดับน้ำในคลองใกล้บ้านและการแจ้งเหตุเมื่อพบท่อรั่วหรือทางน้ำอุดตันสามารถช่วยให้ระบบทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในช่วงที่น้ำมีจำกัด
ฤดูฝนจะเปลี่ยนโจทย์บริหารน้ำอย่างไร
หลังวันที่เขื่อนหยุดส่งน้ำ โจทย์สำคัญของเจ้าหน้าที่จะเปลี่ยนจากการประคองน้ำช่วงแล้งไปสู่การรับน้ำฝนรอบใหม่ หากฝนมาช้ากว่าคาด การเก็บกักต้องยืดระยะให้นานขึ้น แต่หากฝนมาเร็วและตกหนัก หน่วยงานก็ต้องประเมินพื้นที่ท้ายน้ำและระดับคลองส่งน้ำควบคู่กัน
ประชาชนจึงไม่ควรดูเพียงตัวเลขระดับน้ำในเขื่อนวันใดวันหนึ่ง แต่ควรติดตามประกาศรอบเวรใหม่ แนวโน้มฝนรายสัปดาห์ และคำแนะนำของชลประทานในพื้นที่ เพราะข้อมูลทั้งสามส่วนจะบอกได้ชัดกว่าเกษตรกรควรวางแผนใช้น้ำหรือชะลอการเพาะปลูกอย่างไร