ปภ. เตือน 60 จังหวัดเหนือ-อีสาน-กลาง-กทม. รับมือฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง 7–10 พ.ค.
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกประกาศแจ้ง 60 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักตลอดช่วงวันที่ 7–10 พฤษภาคม 2569
สรุปสาระสำคัญ
- ปภ. แจ้ง 60 จังหวัดในภาคเหนือ อีสาน กลาง และกรุงเทพฯ เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง 7–10 พ.ค. 2569
- สาเหตุมาจากมวลอากาศเย็นจากจีนที่แผ่ปกคลุมภาคอีสานและทะเลจีนใต้ ปะทะกับความชื้นจากอ่าวไทย
- ประชาชนควรหลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้งและใต้ต้นไม้ใหญ่ในช่วงที่มีพายุ พร้อมตรวจสอบความแข็งแรงของบ้านเรือน
ปภ. แจ้ง 60 จังหวัดอย่างเป็นทางการ
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกประกาศแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการถึง 60 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักในช่วงวันที่ 7–10 พฤษภาคม 2569 โดยให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดและเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็วประจำพื้นที่เสี่ยงภัย
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า การออกประกาศครั้งนี้มาจากการประสานข้อมูลกับกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งออกประกาศอากาศแปรปรวนฉบับที่ 2 (51/2569) ตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2569
รายชื่อจังหวัดที่ได้รับการแจ้งเตือน
ในช่วงวันที่ 7–9 พฤษภาคม ภาคเหนือ 17 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคกลาง 23 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสมุทรปราการ สำหรับวันที่ 10 พฤษภาคม ยังคงมีการเฝ้าระวังในภาคเหนือ 15 จังหวัด ภาคอีสาน 5 จังหวัด และกรุงเทพมหานครตลอดช่วง
สาเหตุของสภาพอากาศแปรปรวน
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนกำลังแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะเดียวกัน ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้าสู่ประเทศไทยตอนบน เมื่อมวลอากาศเย็นและอากาศชื้นร้อนปะทะกัน จึงเกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในวงกว้าง
ปรากฏการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นในช่วงรอยต่อระหว่างฤดูร้อนและต้นฤดูฝนของไทย เป็นช่วงที่ระบบอากาศมีความไม่เสถียรสูงและสภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าปกติ
สิ่งที่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรทำ
ปภ. แนะนำให้ประชาชนในจังหวัดที่ได้รับการแจ้งเตือนตรวจสอบความแข็งแรงของบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้าง โดยเฉพาะหลังคา กันสาด ป้ายโฆษณา และต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อาจล้มทับได้เมื่อมีลมแรง ในช่วงที่พายุปกคลุม ให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรืออาคารที่ไม่มั่นคง เนื่องจากมีความเสี่ยงจากฟ้าผ่าและสิ่งที่ล้มทับ
ผู้ที่อาศัยในพื้นที่ลาดชัน ริมแม่น้ำ หรือใกล้แหล่งน้ำธรรมชาติควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะฝนตกหนักต่อเนื่องอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากหรือดินโคลนถล่มได้ในเวลาสั้น
ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการ
ประชาชนสามารถติดตามประกาศเตือนภัยล่าสุดผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรมอุตุนิยมวิทยา รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในจังหวัดของตน หากพบเหตุฉุกเฉินหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งผ่านสายด่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หมายเลข 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
การติดตามพยากรณ์อากาศรายวันและปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัดเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงนี้