เริ่มต้น: 18.30 น. วันที่ 2 มิ.ย. 2569 — โกดังสินค้าชุมชนกลางตลาดใหญ่
ตลาดสามแยกไทยรุ่ง ขอนแก่น ตั้งอยู่บนถนนโพธิสาร ชุมชนโนนทัน ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เป็นตลาดค้าส่งรายใหญ่ของชุมชน โกดังที่เป็นจุดเกิดเหตุตั้งอยู่ที่เลขที่ 45/32 มีฟังก์ชันสองอย่างพร้อมกัน คือทั้งเป็นคลังสินค้าขายส่งและเป็นพื้นที่ขายปลีก ภายในมีสินค้าหลากหลายประเภทรวมถึงวัสดุพลาสติกจำนวนมาก
เวลา 18.30 น. ของวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เพลิงเริ่มลุกขึ้นในโกดัง ด้วยเหตุที่โกดังตั้งอยู่ติดกับชุมชนที่มีบ้านเรือนหนาแน่น จึงมีความเสี่ยงสูงที่เพลิงจะลุกลามออกไปนอกอาคาร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากหลายพื้นที่จึงถูกระดมพลทันที โดยนำรถดับเพลิงรวมกันเกือบ 20 คันเข้าสกัดเพลิง
ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี พร้อมด้วยนายอำเภอเมืองขอนแก่นและนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ลงพื้นที่ร่วมวางแผนควบคุมสถานการณ์ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าระดับความเสียหายและความเสี่ยงต่อชุมชนอยู่ในระดับที่ต้องการการตัดสินใจระดับสูง
กลางคืน: เพลิงลุกซ้ำรอบที่ 2 เวลา 21.00 น.
เวลา 21.00 น. ของวันเดียวกัน เพลิงที่ดูเหมือนจะถูกควบคุมได้แล้ว ปะทุขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรงเป็นรอบที่ 2 เจ้าหน้าที่ต้องระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงอีกครั้ง ก่อนจะสามารถควบคุมไว้ได้ภายในเวลา 22.00 น. อย่างไรก็ตาม เพลิงยังคงมีจุดลุกไหม้กระจายอยู่หลายจุดรอบโกดัง
สาเหตุที่เพลิงควบคุมยากมาจากลักษณะของสินค้าในโกดัง วัสดุพลาสติกซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากเป็นเชื้อเพลิงที่ลุกได้ง่ายและมีอุณหภูมิเผาไหม้สูง ควันที่เกิดขึ้นจากพลาสติกไหม้ยังมีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อผู้ดับเพลิง ทำให้ต้องสลับกำลังพลและใช้เวลานานกว่าปกติ
ในช่วงเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่สามารถนำถังแก๊สออกจากบริเวณโกดังได้ 5 ถังก่อนที่จะได้รับความเสียหายจากเพลิง ซึ่งเป็นจุดวิกฤตที่หากถังแก๊สระเบิดจะทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วและควบคุมไม่ได้
เช้าวันที่ 3 มิ.ย.: 9.00 น. — ยังดับไม่สนิท
เวลา 09.00 น. ของวันที่ 3 มิถุนายน ซึ่งเป็นเช้าวันถัดมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่ายังคงมีเปลวไฟลุกไหม้อยู่หลายจุดรอบโกดัง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงประจำจุดฉีดน้ำหล่อเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงปะทุขึ้นอีกครั้ง
การสำรวจความเสียหายในเช้าวันนั้นพบว่าโกดังสินค้าขนาดใหญ่ได้รับความเสียหายทั้งหลัง สินค้าทุกประเภทภายในถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด รถยนต์ 3 คันวอดสนิท รถจักรยานหลายคันเสียหาย รวมถึงวัสดุและสินค้าต่างๆ เสียหาย 100% การประเมินเบื้องต้นยืนยันมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
บทเรียนสำหรับตลาดชุมชนและโกดังสินค้า
เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นความเปราะบางของโกดังสินค้าประเภทที่มีของไวไฟรวมอยู่ในอาคารเดียว โดยเฉพาะเมื่อตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนหนาแน่น ระยะเวลากว่า 14 ชั่วโมงจากที่เพลิงเริ่มต้น (18.30 น. วันที่ 2) จนกระทั่งเช้าวันที่ 3 ยังไม่ดับสนิท สะท้อนให้เห็นว่าการมีเชื้อเพลิงสะสมในปริมาณมากในอาคารเดียวเป็นความเสี่ยงที่ต้องจัดการอย่างจริงจัง
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกำหนดให้อาคารโกดังสินค้าที่มีพื้นที่ใช้สอยเกินเกณฑ์ต้องมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติ สัญญาณเตือนอัคคีภัย และทางหนีไฟที่ได้มาตรฐาน แต่ในทางปฏิบัติ การบังคับใช้กับตลาดชุมชนขนาดเล็กถึงกลางยังไม่สม่ำเสมอ บางแห่งขาดการตรวจสอบประจำปี บางแห่งมีของกองสูงจนบดบังอุปกรณ์ดับเพลิง
สำหรับผู้ประกอบการตลาดและโกดังสินค้าในพื้นที่ชุมชน บทเรียนจากไฟไหม้ไทยรุ่งที่ต้องใช้รถดับเพลิง 20 คันข้ามคืนและยังไม่ดับสนิทในเช้าวันถัดไป คือการแยกส่วนจัดเก็บวัสดุไวไฟออกจากสินค้าทั่วไป ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและสายดินประจำปี และมีแผนอพยพที่ฝึกซ้อมจริง ไม่ใช่แค่บนกระดาษ

