ข่าวท้องถิ่น · คมนาคม

รางจ่ายไฟสายสีชมพูร่วง 3 กม. ที่นนทบุรี: เหตุการณ์นี้บอกอะไรกับผู้โดยสารที่พึ่งพา Pink Line ทุกวัน

รางสเตนเลสจ่ายกระแสไฟฟ้ารถไฟฟ้าสายสีชมพูหลุดออกจากโบลต์ยึด ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ตั้งแต่บริเวณตลาดโชนประทานถึงแยกแคราย ตกทับรถยนต์ที่จอดอยู่ด้านล่าง รมว.คมนาคมและผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีลงพื้นที่วันเดียวกัน แต่สำหรับผู้โดยสารนนทบุรีที่เปลี่ยนพฤติกรรมมาพึ่ง Pink Line แล้ว คำถามที่ใหญ่กว่าคือสายนี้ปลอดภัยพอสำหรับการพึ่งพาทุกวันหรือไม่

ภาพประกอบรางจ่ายกระแสไฟรถไฟฟ้าสายสีชมพูบริเวณนนทบุรี

ประเด็นสำคัญ

  • รางสเตนเลสขนาด 4"×2" จ่ายกระแสไฟฟ้าให้ขบวนรถหลุดออกจากโบลต์ยึด ระยะทางประมาณ 3 กม. จากตลาดโชนประทานถึงแยกแคราย ตกลงมาถูกรถยนต์ที่จอดด้านล่าง
  • รมว.คมนาคม สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีเดินทางถึงจุดเกิดเหตุในวันเดียวกัน สั่งตรวจสอบโครงสร้างและซ่อมแซมโดยเร่งด่วน
  • สายสีชมพูเปิดให้บริการครบ 30 สถานี มีนบุรี–ศูนย์ราชการนนทบุรี ในปี 2566 ปัจจุบันเป็นเส้นทางหลักสำหรับการเดินทางออกจากนนทบุรีตะวันออกและมีนบุรีเข้ากรุงเทพ

เหตุการณ์รางหลุด: เกิดขึ้นที่ไหนและอย่างไร

ส่วนที่หลุดออกมาคือรางสเตนเลสสตีล ขนาด 4 นิ้ว × 2 นิ้ว ซึ่งทำหน้าที่เป็น conductor rail หรือรางจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับขบวนรถ ไม่ใช่รางวิ่งที่รถไฟวางล้อ แต่เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ติดตั้งอยู่ข้างทางวิ่งบนโครงสร้างยกระดับ รางชุดนี้หลุดจากโบลต์ที่ยึดไว้กับโครงเหล็ก ทอดยาวระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ตั้งแต่บริเวณตลาดโชนประทานลงมาจนถึงแยกแคราย

ความเสียหายที่ชัดเจนที่สุดคือรถยนต์ที่จอดอยู่ใต้โครงสร้างยกระดับถูกรางตกทับ สะท้อนว่าพื้นที่ใต้โครงสร้างรถไฟฟ้ายกระดับที่หลายคนมองว่าปลอดภัยนั้นมีความเสี่ยงจากชิ้นส่วนที่ร่วงหล่นได้เสมอ แม้เหตุการณ์นี้จะไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ แต่ถ้าเกิดในช่วงที่มีการจราจรหนาแน่นกว่านี้ ผลที่ตามมาอาจรุนแรงกว่ามาก

ทำไมรางถึงหลุดได้: ระบบโบลต์ยึดและความเสี่ยงสะสม

รางจ่ายกระแสไฟฟ้าบนระบบรถไฟฟ้ายกระดับต้องรับแรงสั่นสะเทือนจากขบวนรถที่วิ่งผ่านหลายสิบรอบต่อวัน ความสั่นสะเทือนสะสมเป็นปัจจัยที่ทำให้โบลต์ยึดคลายตัวหรืออ่อนแรงลงในระยะยาว โดยเฉพาะถ้าการตรวจสอบตามรอบไม่ตรวจพบสัญญาณเตือนก่อน

สายสีชมพูเปิดให้บริการแบบครบเส้นทางในปี 2566 อายุการใช้งานยังไม่ถึง 3 ปีในขณะที่เกิดเหตุ รางจ่ายกระแสไฟฟ้าที่หลุดออกภายในช่วงเวลาสั้นเช่นนี้จึงชี้ว่าปัญหาน่าจะอยู่ที่คุณภาพการติดตั้งหรือการยึดโบลต์มากกว่าอายุวัสดุ สิ่งที่หน่วยงานกำกับดูแลต้องตรวจสอบคือระบบการตรวจสภาพเชิงป้องกันถูกนำไปใช้จริงตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในสัญญาสัมปทานหรือไม่

ผู้โดยสารนนทบุรีพึ่งพา Pink Line ในชีวิตประจำวันมากแค่ไหน

สายสีชมพูเชื่อมระหว่างมีนบุรีทางตะวันออกของกรุงเทพกับศูนย์ราชการนนทบุรีผ่าน 30 สถานี ตัดผ่านนนทบุรีในส่วนที่เป็นชุมชนหนาแน่น เช่น แคราย วงศ์สว่าง และปากเกร็ด ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีระบบรางที่เข้าถึงโดยตรง ผู้โดยสารในพื้นที่เหล่านี้หลายคนปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินทางมาใช้สายสีชมพูตั้งแต่เปิดให้บริการ

การพึ่งพาสายเดียวโดยไม่มีทางเลือกสำรองทำให้ผู้โดยสารเหล่านี้มีความเปราะบางสูงเมื่อระบบขัดข้อง บนสายสีม่วงหรือสีเขียวที่มีเส้นทางรถเมล์คู่ขนานอยู่มาก ความขัดข้องสั้นๆ สร้างความไม่สะดวกแต่ไม่ตัดการเดินทางออก แต่หลายสถานีบนสายสีชมพูในนนทบุรีไม่มีรถเมล์ที่วิ่งตรงเส้นทางเดียวกัน ซึ่งหมายความว่าถ้าสายสีชมพูหยุดให้บริการ ผู้โดยสารต้องต่อรถหลายต่อ

ขั้นตอนหลังเหตุการณ์: ตรวจสอบและซ่อมแซมถึงไหน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงสั่งให้ผู้รับสัมปทานตรวจสอบโครงสร้างรางจ่ายไฟตลอดเส้นทางและซ่อมแซมโดยเร่งด่วน รมว.คมนาคมและผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีเดินทางถึงจุดเกิดเหตุเพื่อประเมินสถานการณ์ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าระดับความสำคัญของเหตุการณ์ถูกรับรู้ถึงระดับนโยบาย

อย่างไรก็ตาม คำถามที่ยังค้างอยู่สำหรับผู้โดยสารคือผลการตรวจสอบเส้นทางทั้งหมดจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะหรือไม่ และมาตรฐานการตรวจสภาพป้องกันที่จะนำมาใช้ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ในระบบรถไฟฟ้าที่มีประชาชนพึ่งพาทุกวัน ความโปร่งใสของกระบวนการตรวจสอบมีความสำคัญพอๆ กับตัวการซ่อมแซม

สิ่งที่ผู้โดยสารสายสีชมพูควรรู้ต่อจากนี้

สำหรับผู้โดยสารที่ใช้สายสีชมพูเป็นประจำ เหตุการณ์นี้ไม่ใช่สัญญาณให้เลิกใช้ระบบ แต่เป็นสัญญาณที่ควรติดตามว่าการตรวจสอบหลังเหตุการณ์ดำเนินไปอย่างไร แอปพลิเคชัน MRT Pink Line มีระบบแจ้งเตือนบริการล่าช้าและหยุดให้บริการฉุกเฉิน ควรเปิดการแจ้งเตือนเพื่อวางแผนเส้นทางสำรองได้ทัน

สถานีที่มีทางเลือกสำรองดีที่สุดในกรณีสายสีชมพูหยุดให้บริการคือสถานีที่เชื่อมต่อกับสายอื่น เช่น สถานีแคราย ที่เชื่อมกับสายสีม่วง และสถานีมีนบุรี ที่เชื่อมกับสายสีส้ม การรู้จุดเชื่อมต่อเหล่านี้ล่วงหน้าช่วยลดเวลาที่สูญเสียในกรณีฉุกเฉินได้มาก